Close
title
f
title
แขวงทางหลวงมุกดาหาร
Mukdahan Highway District
วิสัยทัศน์ : ทางหลวงปลอดภัย เพลินใจสองข้างทาง ก้าวย่างสู่ AEC ทุกชีวีเป็นสุข
 
ข่าวสารทางหลวง
title
กระทรวงคมนาคมเตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกส่งพี่น้องประชาชนกลับบ้านอย่างปลอดภัย ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2564 “เดินทางสะดวก ปลอดภัย ห่างไกลโควิด” พร้อมเสนอแนวทางเหลื่อมวันการเดินทางบรรเทาปัญหารถติด

ฉบับที่ 312/2564 กระทรวงคมนาคมเตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกส่งพี่น้องประชาชนกลับบ้านอย่างปลอดภัย ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2564 “เดินทางสะดวก ปลอดภัย ห่างไกลโควิด” พร้อมเสนอแนวทางเหลื่อมวันการเดินทางบรรเทาปัญหารถติด นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมเตรียมการรองรับการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2564 ระหว่างวันที่ 10 - 16 เมษายน 2564 โดยกำชับหน่วยงานในสังกัดบูรณาการร่วมกันอำนวยความสะดวกประชาชน “เดินทางสะดวก ปลอดภัย ห่างไกลโควิด” เน้นย้ำให้ใส่ใจตนเอง ใส่ใจผู้อื่น และใส่ใจประชาชน นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ กล่าวว่า จากมติศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2564 ที่ให้อำนวยความสะดวกประชาชนสามารถเดินทางข้ามจังหวัดได้ทุกพื้นที่นั้น กระทรวงฯ คาดการณ์ว่า จะมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือเดินทางไปท่องเที่ยวต่างจังหวัด ทั้งรถยนต์ส่วนบุคคลและใช้บริการขนส่งสาธารณะเพิ่มขึ้นจากช่วงเทศกาลปีใหม่ 2564 ที่ผ่านมาเป็นจำนวนมาก จึงได้มอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) จัดทำแผนอำนวยความสะดวกและปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2564 ระหว่างวันที่ 10 - 16 เมษายน 2564 รวมระยะเวลา 7 วัน โดยมีการตั้งเป้าหมายการดำเนินการ ดังนี้ 1. บริการระบบขนส่งสาธารณะ ประกอบด้วย รถโดยสารสาธารณะ รถไฟ เรือโดยสารสาธารณะ และเครื่องบิน ให้ประชาชนได้รับความสะดวกเข้าถึงง่าย เพียงพอต่อการเดินทาง ไม่ล่าช้า ไม่มีผู้โดยสารตกค้าง ไม่โก่งราคา ไม่ทิ้งผู้โดยสาร และทันกับสถานการณ์ 2. ให้ความเชื่อมั่นแก่ประชาชนในคุณภาพของการให้บริการขนส่งสาธารณะ ด้วยการดูแลรักษาความปลอดภัยให้ได้มาตรฐาน เข้มงวดผู้ประจำรถโดยสารสาธารณะ รถไฟ และเรือโดยสารสาธารณะทุกราย ไม่เสพสิ่งเสพติด และมีระดับแอลกอฮอล์ในลมหายใจเป็นศูนย์มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ รวมทั้งคงความเข้มงวดมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 3. กำกับและควบคุม ลดจำนวนการเกิดอุบัติเหตุ ลดความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนจากการเดินทางทางถนน และการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะจะต้องไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 4. บริหารจัดการจราจรทางถนนให้มีความคล่องตัวและปลอดภัย 5. บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัย ในการเดินทางของประชาชน ทั้งนี้กระทรวงฯ ได้มีการจัดเตรียมแผนรองรับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคล ประกอบด้วย อำนวยความสะดวกโครงข่ายการเดินทาง จัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกทางถนน บริการข้อมูลข่าวสารการจราจร การจัดจุดบริการประชาชนให้ครอบคลุมเส้นทางหลักทั่วประเทศ โดยคำนึงถึงความสะดวก ปลอดภัย และลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน นอกจากนี้ ยังมีแผนรองรับการเดินทางด้วยการขนส่งสาธารณะ ประกอบด้วย การจัดบริการและอำนวยความสะดวกการขนส่งสาธารณะ การจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวก การบริการข้อมูลข่าวสารการเดินทางและรับเรื่องร้องเรียน มาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุจากรถโดยสารสาธารณะ มาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางน้ำ มาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางราง และมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางอากาศ และยังเน้นให้หน่วยงานในสังกัดที่กำกับ ดูแล การบริการขนส่งสาธารณะ โดยคงเข้มงวดมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ได้มอบนโยบายให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการดังนี้ 1. ประชาสัมพันธ์และดำเนินกิจกรรมรณรงค์ความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2564 “เดินทางสะดวก ปลอดภัย ห่างไกลโควิด” เน้นให้ใส่ใจตนเอง ใส่ใจผู้อื่น และใส่ใจประชาชน 2. ร่วมกันรณรงค์ให้ประชาชนวางแผนการเดินทางล่วงหน้า เพื่อกระจายการเดินทางและเหลื่อมเวลาการเดินทางในเส้นทางเข้า - ออกกรุงเทพฯ โดยขอความร่วมมือให้กลุ่มเดินทางใกล้ (ประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยวภายในรัศมี 200 - 300 กิโลเมตรจากกรุงเทพฯ) เดินทางออกจากกรุงเทพฯ ช่วงระหว่างวันอาทิตย์ที่ 11 - วันจันทร์ที่ 12 เมษายน 2564 และเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ ช่วงระหว่างวันพฤหัสบดีที่ 15 - วันศุกร์ที่ 16 เมษายน 2564 โดยการเหลื่อมเวลาใช้ทางจะช่วยกระจายปริมาณจราจรบนถนนและบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดในช่วงเทศกาล 3. เตรียมเปิดให้ประชาชนได้ทดลองใช้บริการฟรีบางช่วงระยะทางของทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน - นครราชสีมา (M6) ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ เตรียมรับเทศกาลสงกรานต์ 2564 ในเส้นทางช่วงปากช่อง - สีคิ้ว ระยะทางประมาณ 36 กิโลเมตร เริ่มต้นจากถนนมิตรภาพ (ทางหลวงหมายเลข 2) บริเวณ กม. ที่ 65 (M6 บริเวณพื้นที่ตอน 24) สิ้นสุดถึงทางหลวงหมายเลข 201 บริเวณ กม. ที่ 5+400 (M6 บริเวณพื้นที่ตอน 37) รองรับทิศทางขาออก ระหว่างวันที่ 9 - 13 เมษายน 2564 และรองรับทิศทางขาเข้า ระหว่างวันที่ 14 - 19 เมษายน 2564 เพื่อบรรเทาการจราจรติดขัดในเส้นทางสายตะวันออกเฉียงเหนือ 4. ดำเนินการทดลองนำร่องให้รถยนต์ใช้ความเร็วไม่เกิน 120 กม./ชม. ตามที่กฎกระทรวงกำหนด บนเส้นทางถนนสายเอเชีย (ทางหลวงหมายเลข 32) ช่วงบริเวณหมวดทางหลวงบางปะอิน - ทางต่างระดับอ่างทอง กม. ที่ 4+100 ถึง กม. ที่ 50+000 ระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร ในวันที่ 1 เมษายน 2564 5. ดำเนินการใช้ประโยชน์จากอากาศยานไร้คนขับ (Drone) ของกรมทางหลวง (ทล.) บินสำรวจสภาพเส้นทางจราจรบนเส้นทางที่มีการจราจรหนาแน่น และบริหารจัดการจราจรร่วมกับกล้อง CCTV ครอบคลุมพื้นที่เส้นทางสายหลักเข้า - ออกกรุงเทพฯ และบูรณาการร่วมกับกองบังคับการตำรวจทางหลวง เข้มงวดวินัยจราจรโดยตรวจจับความเร็วและถ่ายรูปป้ายทะเบียนรถยนต์บริเวณจุดเสี่ยงด้วยกล้อง CCTV ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2564 6. เตรียมบริการขนส่งสาธารณะให้เพียงพอ เพื่อให้ประชาชนเดินทางอย่างสะดวกและปลอดภัย และคงมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 ในระบบคมนาคมขนส่งอย่างเข้มงวด นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้มอบนโยบายให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ร่วมกันให้บริการแก่พี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2564 โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายดังนี้ 1. ทล. ยกเว้นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางบนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 และทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 วงแหวนรอบนอกด้านตะวันออก (บางปะอิน - บางพลี) ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 9 เมษายน 2564 ถึงเวลา 24.00 น. ของวันที่ 16 เมษายน 2564 รวม 8 วัน 2. การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ยกเว้นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางพิเศษบูรพาวิถี (บางนา - ชลบุรี) และทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี - สุขสวัสดิ์) ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 9 เมษายน 2564 ถึงเวลา 24.00 น. ของวันที่ 16 เมษายน 2564 รวม 8 วัน ยกเว้นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางพิเศษเฉลิมรัชมงคล ทางพิเศษศรีรัช และทางพิเศษอุดรรัถยา ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 13 เมษายน 2564 ถึงเวลา 24.00 น. ของวันที่ 15 เมษายน 2564 รวม 3 วัน 3. บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ให้บริการที่จอดรถฟรี ระหว่างวันที่ 10 - 16 เมษายน 2564 รวม 8 วัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สามารถจอดรถฟรีได้ที่บริเวณลานจอดรถยนต์ ระยะยาว โซน C และท่าอากาศยานดอนเมือง สามารถจอดรถฟรีได้ที่อาคารจอดรถยนต์ 5 ชั้น (เฉพาะชั้น 2) จำนวน 150 คัน ทั้งนี้ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ได้มีข้อสั่งการเพิ่มเติมโดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีผู้รับผิดชอบการบริหารการเดินทางในส่วนกลางตลอดเวลา รวมทั้งกำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานร่วมกัน และให้ดำเนินการดังนี้ 1. ทล. และกรมทางหลวงชนบท (ทช.) รวมทั้งผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ให้อำนวยความสะดวก และความปลอดภัย ณ สถานบริการน้ำมัน รวมไปถึงจุดพักรถ Rest Area หรือจุดบริการต่าง ๆ ที่มีประชาชนใช้บริการเป็นจำนวนมาก ไม่ให้เกิดความแออัดบริเวณทางเข้า ควรมีป้ายประชาสัมพันธ์ที่ชัดเจนก่อนถึงจุดบริการ 2. กทพ. และ ทล. จัดระเบียบบริเวณหน้าด่านเก็บเงินไม่ให้เกิดการกระจุกตัว หรือเกิดปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณหน้าด่าน 3. ทล. และ ทช. สำรวจจุดก่อสร้างต่าง ๆ ที่อยู่ในความรับผิดชอบ โดยต้องคืนพื้นผิวจราจรให้พี่น้องประชาชน เพื่อให้เกิดความสะดวก และปลอดภัยในการเดินทาง 4. ทล. และ ทช. ดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบถึงข้อมูลเส้นทางลัด หรือทางเลี่ยงบริเวณที่มีการจราจรหนาแน่นหรือติดขัดในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางของพี่น้องประชาชน 5. กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เร่งประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการหยุดวิ่งรถบรรทุกเพื่อให้ถนนในทุกเส้นทางเกิดความคล่องตัวและปลอดภัย 6. การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ตรวจสอบบริเวณพื้นที่จุดตัดรถไฟกับถนนที่เกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้งพร้อมจัดทำป้ายเตือน เพื่อประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงความปลอดภัย 7. มอบหมายให้ สนข. ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนรับทราบข้อมูลการเดินทาง รวมทั้งช่วยกันประชาสัมพันธ์และรณรงค์ให้ประชาชนวางแผนการเดินทางล่วงหน้า เพื่อกระจายการเดินทางและเหลื่อมเวลาการเดินทางในเส้นทางเข้า - ออกกรุงเทพฯ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวก และส่งพี่น้องประชาชนกลับบ้านอย่างปลอดภัย ในวันหยุดช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2564
title
ศักดิ์สยามเดินหน้า Kick off อนุญาตให้รถวิ่งได้ 120 กม./ชม. เปิดเส้นทางต้นแบบ “ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 ช่วงบางปะอิน – ต่างระดับอ่างทอง”

ศักดิ์สยามเดินหน้า Kick off อนุญาตให้รถวิ่งได้ 120 กม./ชม. เปิดเส้นทางต้นแบบ “ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 ช่วงบางปะอิน – ต่างระดับอ่างทอง” วันนี้ (1 เม.ย.64) เวลา 14.00 น. บริเวณ หมวดทางหลวงบางปะอิน นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธี “เริ่มต้นใช้ความเร็ว 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 (ช่วงหมวดทางหลวงบางปะอิน-ทางต่างระดับอ่างทอง)” ร่วมด้วยนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง โดยมี นายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา คณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคม องค์กรปกครองท้องถิ่น และสื่อมวลชนร่วมงาน นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่ง ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบนโยบายการปรับเพิ่มอัตราความเร็วของรถยนต์ จากความเร็วไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นความเร็วไม่เกิน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เฉพาะถนนที่ได้มาตรฐานตามที่กฎกระทรวงกำหนด มีช่องจราจรตั้งแต่ 4 ช่องขึ้นไป ไม่มีจุดกลับรถระดับราบ มีเกาะกลางถนนแบบกำแพงกั้น และมีความปลอดภัยด้านวิศวกรรมสูง โดยที่ผ่านมากระทรวงคมนาคมได้เตรียมการนโยบายนี้มาอย่างต่อเนื่อง จนเป็นผลสำเร็จ และประกาศกฎกระทรวงกำหนดอัตราความเร็วฉบับใหม่ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา โดยเส้นทางแรกที่ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการใช้ความเร็ว 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คือ ทางหลวงหมายเลข 32 หรือถนนสายเอเชีย ช่วงหมวดทางหลวงบางปะอิน ถึง ทางต่างระดับอ่างทอง เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้ใช้อัตราความเร็วตามที่กฎหมายกำหนด ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ที่สำคัญคือ มีความปลอดภัยสูง โดยกระทรวงคมนาคมยังได้สั่งการและเน้นย้ำให้กรมทางหลวงปรับปรุงเพิ่มมาตรฐานทางกายภาพให้เกิดความสะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ได้แก่ เสริมการก่อสร้างอุปกรณ์ป้องกันด้านข้างทาง (Concrete Barrier) เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุรุนแรงเนื่องจากการเสียหลักตกเกาะกลาง ปรับปรุงจุดกลับรถระดับราบ เพื่อลดการตัดกันของกระแสจราจร ติดตั้งป้ายจราจรและป้ายเปลี่ยนข้อความได้เพื่อสื่อสารการใช้ความเร็วที่เหมาะสมในแต่ละช่องจราจร รวมทั้งติดตั้งแถบเตือน Rumble Strips เพื่อแจ้งจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดการเข้าเขตควบคุมความเร็ว โดยเส้นทางนี้ ถือเป็น “ต้นแบบ” ของทางหลวงแผ่นดินและทางหลวงชนบท โดยกรมทางหลวงมีแผนจะประกาศใช้สายทางในระยะที่ 2 ภายในเดือนสิงหาคม 2564 นี้ ครอบคลุมเส้นทางในภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ระยะทางประมาณ 260 กิโลเมตร เช่น ทางหลวงหมายเลข 32 ช่วง อ่างทอง - สิงหบุรี ทางหลวงหมายเลข 1 ช่วงหางน้ำหนองแขม - นครสวรรค์ ทางหลวงหมายเลข 2 ตอนบ่อทอง-มอจะบก และทางหลวงหมายเลข 4 ช่วง เขาวัง-สระพระ เป็นต้น พร้อมทั้งดำเนินการต่อเนื่องเพิ่มเติมบนทางหลวงสายหลัก เช่น ทางหลวงหมายเลข 1 พหลโยธิน ทางหลวงหมายเลข 2 มิตรภาพ ทางหลวงหมายเลข 24 สีคิ้ว-อุบลราชธานี ทางหลวงหมายเลข 340 บางบัวทอง -สุพรรณบุรี และทางหลวงหมายเลข 44 กระบี่-ขนอม อีกประมาณ 1,760 กิโลเมตร ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2564 เป็นต้นไป นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า กรมทางหลวงได้คัดเลือกเส้นทางนำร่อง คือ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 บางปะอิน - พยุหะคีรี (ช่วงอยุธยา – อ่างทอง) ระหว่าง กม. 4+100 ถึง กม. 50+000 ทั้งขาเข้าและขาออก ระยะทาง 45.9 กิโลเมตร แบ่งการใช้ความเร็วเป็น 3 ระดับ คือ ช่องซ้ายสุด ไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ช่องกลางไม่เกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยในช่องขวาขับขี่ไม่ต่ำกว่า 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ไม่เกิน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อให้ผู้ขับขี่ที่ใช้ความเร็วแตกต่างกันในเส้นทาง ใช้ทางสาธารณะร่วมกันได้อย่างสะดวกและปลอดภัย โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 เมษายน 2564 เป็นเส้นทางแรก กรมทางหลวงยังได้ดำเนินการตามข้อสั่งการของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยติดตั้งอุปกรณ์และเครื่องหมายจราจรต่าง ๆ ในเส้นทางที่กำหนด เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้ทาง เช่น ติดตั้งสัญลักษณ์กำหนดความเร็วบนพื้นถนน รวมทั้งติดตั้งกล้องวงจรปิดและอุปกรณ์ตรวจจับความเร็ว โดยผู้ใช้รถใช้ถนนสามารถติดตามข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Website กรมทางหลวง (www.doh.go.th) แฟนเพจกรมทางหลวง และ Call Center 1586 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ กล่าวตอนท้ายว่า การกำหนดอัตราความเร็วรถเป็น 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บนถนนสายเอเชียนั้น จะช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัดและปัญหาอุบัติเหตที่เกิดจากการชนท้ายหรือการเปลี่ยนช่องจราจร อันเนื่องมาจากรถวิ่งด้วยความเร็วที่แตกต่างปะปนกันไป ไม่เป็นระเบียบ อีกทั้งยังทำให้ถนนสายเอเชียในอนาคตจะไม่มีจุดกลับรถระดับราบ ส่งผลให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเดินทางได้อย่างรวดเร็ว สะดวก และปลอดภัยตลอดเส้นทาง และขอให้พี่น้องประชาชนศึกษาข้อมูลเส้นทาง และปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อช่วยลดปัญหาอุบัติเหตบนท้องถนนในประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน #กรมทางหลวง #กระทรวงคมนาคม #เดินทางอุ่นใจปลอดภัยไปกับกรมทางหลวง #สายเดินกรมทางหลวง1586 #ใช้ความเร็ว120กิโลเมตรต่อชั่วโมง